อัลมอนด์

แหล่งโปรตีนสร้างกล้าม คนส่วนใหญ่นึกถึงแต่เนื้อสัตว์กันหมด จริง ๆ แล้วอัลมอนด์เป็นตัวเลือกเร่งการเบิร์นได้อย่างเหลือเชื่อ ป้องกันไขมัน พอกพุง รสชาติก็เยี่ยม เหมาะมากเวลาเบื่อ ๆ อาหารโปรตีนจืดชืด ไร้รสชาติ แต่แนะนำให้ทานวันละประมาณ 1 ถ้วยชาเล็กพอ เพราะว่ามันมีไขมันไม่น้อย ซึ่งอาจทำให้แคลอรีเกินได้

สารอาหารในอัลมอนด์ มีส่วนประกอบโดยประมาณ  พลังงาน 579 กิโลแคลอรี่   น้ำ 4.41 กรัม  โปรตีน 21.15 กรัม คาร์โบไฮเดรตรวมทั้งหมด  21.55 กรัม   ไฟเบอร์12.5 กรัม   น้ำตาล 4.35 กรัม ไขมันอิ่มตัว 3.802 กรัม  ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 31.551 กรัม  ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 12.329 กรัม

แร่ธาตุต่างๆ แคลเซี่ยม 269 มิลลิกรัม แมกนีเซี่ยม 270 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 3.71 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 481 มิลลิกรัม โพแทสเซี่ยม 733 มิลลิกรัม โซเดี่ยม 1 มิลลิกรัม ธาตุสังกะสี 3.12 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 2.285 มิลลิกรัม วิตามิน B1  วิตามิน B2  วิตามิน B3  วิตามิน B5  วิตามิน B6  วิตามิน E  โฟเลต 44 ไมโครกรัม วิตามิน A 2 IU โคลีน 52.1 มิลลิกรัม

การรับประทานอัลมอนด์ เมล็ดอัลมอนด์แช่น้ำจะย่อยง่ายกว่า โดยเฉพาะเด็กและผู้ที่มีอายุ 51 ปีขึ้นไป วิธีการก็คือเพียงแค่นำเมล็ดอัลมอนด์ไปแช่ในน้ำสะอาดทิ้งไว้ข้ามคีน จากนั้นก็นำมารับประทาน หรือทำเป็นนมอัลมอนด์ โดยปั่นรวมกับน้ำแล้วกรองแยกเอากากออก ที่อัลมอนด์แช่น้ำมีประโยชน์กว่า ก็เป็นเพราะว่าปรกติในเปลือกสีน้ำตาลที่หุ้มของเมล็ดอัลมอนด์จะมีสารยับยั้งไม่ให้มีการปลดปล่อยเอ็นไซม์ เพื่อไม่ให้เมล็ดอัลมอนด์งอกเป็นต้น หลังจากแช่น้ำแล้วสารอาหารในอัลมอนด์จะเพิ่มขึ้น เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ เหมือนกับที่เวลาเมล็ดได้รับน้ำหรือความชุ่มชื้น ขบวนการทางเคมีภายเมล็ดจะเปลียนแปลงทำให้เมล็ดพืชงอกออกมาเป็นต้นนั่นเอง ร่างกายของเราก็จะย่อยและดูดซึมเอาสารอาหารที่ประโยชน์เหล่านั้นไปใช้ได้อย่างเต็มที่ แถมเนื้ออัลมอนด์จะนิ่มและเคี้ยวง่ายขึ้นอีกด้วย